วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สมุนไพรพลูคาวมีประโยชน์อย่างไร?ทำไมต้องกิน

สมุนไพรพลูคาวมีประโยชน์อย่างไร?ทำไมต้องกิน

สรรพคุณทางเภสัชวิทยาของพลูคาวคือ

2.ทำลายเซลล์มะเร็งเพาะเลี้ยงทั่วไป ชนิด ; ปอดสมองเนื้อร้าย,รังไข่ลำไส้ใหญ่เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว ชนิด li210, u937, k526, raja, p3 hr 1




3.ฆ่าเชื้อไวรัส ชนิด HIV-1, HIV1 ไข้หวัดใหญ่งูสวัดหัดเยอรมัน,โดยไม่ทำลายHostCell

4.ต้านเชื้อรา  กลาก, เกลื้อนสังคังฮ่องกงฟุตสะเก็ดเงิน-ทอง,เยื้อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อราปอดอักเสบ

5.ต้านแบคทีเรีย  โรคท้องร่วงโรคติดเชื้อทางเดินหายใจฝีโรคระบาดทางระบบสืบพันธ์ตกขาว

6.ต้านอักเสบ_หลอดลมอักเสบปอดอักเสบในเด็กรูมาตอยแผลหลังการผ่าตัดแผลไฟไหม่น้ำร้อนลวกหนองในปวดฟัน


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

โทร. 085-9083178


อีเมลล์    pannfitcancer@gmail.com

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มะเร็งรังไข่กับคาวตองพลัส

มะเร็งรังไข่กับคาวตองพลัส




 มะเร็งรังไข่ เป็นมะเร็งที่พบได้มากเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรีพบ ได้มากในช่วงอายุ 40-60 ปี ในเด็กก่อนหรือหลังวัย 10 ปี ก็อาจพบได้ เนื่องจากธรรมชาติของโรค โตและกระจายรวดเร็วในช่องท้อง สังเกตุได้ยากผู้ป่วยมักมาพบแพทย์เมื่อมีอาการมากแล้ว  เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในหญิง แต่เป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับแรก ของโรคมะเร็งของระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี ทั้งนี้ เนื่องจากธรรมชาติของโรคที่สามารถโต และกระจายได้อย่างรวดเร็วในช่องท้อง และเป็นตำแหน่งที่สังเกตได้ยาก ผู้ป่วยจึงมักมาพบแพทย์ในระยะที่เป็นมากแล้ว
สาเหตุ : ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบเหตุส่งเสริมที่ทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ดังนี้ คือ 
    
1. สภาพแวดล้อม เช่น สารเคมี อาหาร เนื่องจากพบว่าในประเทศ อุตสาหกรรมมีผู้ป่วยเป็น มะเร็งรังไข่มากกว่าประเทศเกษตรกรรม  
      
2. สตรีที่ไม่มีบุตร หรือมีบุตรน้อย  

3. ผู้ที่เคยเป็นมะเร็งที่เต้านม มะเร็งมดลูก และมะเร็งระบบทางเดินอาหาร โอกาสเป็น มะเร็งรังไข่ มีมากกว่าคนปกติ

สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด มักพบในหญิงไม่มีบุตร หรือมีบุตรน้อย เคยเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ รับประทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำ เคยใช้ยากระตุ้นการทำงานของรังไข่เพื่อให้มีบุตร

  
1. อาจไม่มีอาการ แพทย์ตรวจพบโดยบังเอิญ  
      
2. มีอาการท้องอืดเป็นประจำ 
      
3. มีก้อนในท้องน้อย   

4. ปวด แน่นท้อง และถ้าก้อนมะเร็งโตมาก จะกดกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ส่วนปลาย ทำให้ถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระลำบาก
       
5. ในระยะท้ายๆอาจมีน้ำในช่องท้องทำให้ท้องโต ขึ้นกว่าเดิม เบื่ออาหาร ผอมแห้ง น้ำหนักลด


ในระยะเริ่มแรกอาการไม่แน่นอน ปวดท้อง แน่นท้อง น้ำหนักลด เบื่ออาหาร คลำพบก้อนในท้อง หรือในอุ้งเชิงกราน เมื่อก้อนโตขึ้นกดเบียดกะเพาะปัสสาวะก็จะทำให้ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด ถ้าก้อนไปกดลำไส้ใหญ่ส่วนปลายทำให้ปวดถ่วงและถ่ายอุจจาระลำบาก เมื่อมีการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งในช่องท้องก็จะมีนำในท้อง ประจำเดือนผิดปกติ 






1. การตรวจภายใน อาจคลำพบก้อนในบริเวณท้องน้อย การคลำพบก้อนรังไข่ได้ในสตรีวัยหมดประจำเดือน ควรนึกถึงมะเร็งของรังไข่ไว้ด้วย (เพราะตามปกติวัยหมดประจำเดือน รังไข่จะฝ่อ) 2. การทำแพพสเมียร์จากในช่องคลอด ส่วนบนทางด้านหลัง อาจพบเซลล์มะเร็งของรังไข่ได้

3. การตรวจด้วยเครื่องความถี่สูงอาจช่วยบอกได้ว่ามีก้อนในท้อง ในรายที่อ้วนหรือหน้าท้องหนามาก คลำด้วยมือตามปกติตรวจไม่พบ  
     
4. การผ่าตัดเปิดช่องท้อง และตรวจดู เป็นวิธีที่สำคัญ และแม่นยำที่สุดในการวินิจฉัยโรคอย่างแน่นอน สามารถขลิบหรือตัดเอาเนื้อมาตรวจหาชนิดของมะเร็ง และทราบถึงระยะของโรคด้วย  5. การวินิจฉัย การตรวจภายใน เอ็กซเรย์ หรือ ULTRASOUND หากพบก้อนที่น่าสงสัย ควรทำผ่าตัดทุกราย เพื่อนำก้อนเนื้อไปพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา


การผ่าตัด เป็นวิธีแรกที่แพทย์จะเลือกทำการรักษา ถ้าไม่สามารถตัดออกได้หมด เนื่องจากโรคกระจายออกไปมากแล้ว แพทย์จะพยายามตัดออกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจะให้การรักษาต่อด้วยเคมีบำบัด หรือรังสีบำบัด

การรักษา โดยการผ่าตัดเป็นหลัก ปัจจุบันผลการรักษาอยู่ในเกณฑ์ดีแม้เป็นระยะลุกลามก็สามารถควบคุมโรคได้ระยะเวลานาน ผลการรักษาขึ้นกับระยะของโรค ดังนั้นการตรวจพบระยะแรกๆ เท่านั้น จึงจะรักษาให้หายได้ ข้อควรปฏิบัติ ตรวจภายในปีละครั้งหลังอายุ 40 ปี สังเกตุอาการผิดปกติ ความผิดปกติของประจำเดือน เช่น เริ่มขาดประจำเดือนก่อนวัยอันควร มีเลือดออกผิดปกติ ปวดท้องน้อยควรพบแพทย์ทันที






เนื่องจากมะเร็งรังไข่ในระยะแรกๆ มักจะไม่มีอาการ อีกทั้งยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง การป้องกันจึงทำได้ยาก ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ รับการตรวจภายในหรือตรวจด้วยคลื่นความถี่สูง โดยแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง

 
1. ควรได้รับการตรวจภายในปีละครั้ง หลังอายุ 40 ปี       

2. หากมีความผิดปกติของประจำเดือน เช่น ขาดประจำเดือนก่อนวัยอันควร การมีเลือดออกผิดปกติ ปวดท้องน้อย หรือสงสัยมีก้อนบริเวณท้องน้อย ควรพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจภายใน  
  




สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

โทร. 085-9083178


อีเมลล์    pannfitcancer@gmail.com

วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มะเร็งปอดหลีกเหลี่ยงได้แค่ปฎิบัติตัวเป็น

มะเร็งปอดหลีกเหลี่ยงได้แค่ปฎิบัติตัวเป็น




มะเร็งปอด เป็นเนื้องอกชนิดหนึ่งของหลอดลมและปอด แต่เป็นชนิดที่ร้ายแรง เริ่มแรกมะเร็งปอดจะเป็นก้อนขนาดเล็ก หากปล่อยไว้ก้อนจะโตขึ้นลุกลามเข้าแทนที่เนื้อปอดปกติ และกระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ สมอง กระดูก เป็นต้น


1.บุหรี่ จากการศึกษาวิจัยของนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ทั่วโลกยืนยันว่า มะเร็งปอดเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสูบบุหรี่ ทั้งผู้สูบเอง และผู้ได้รับควันบุหรี่


      

การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปอด
       
ผู้สูบบุหรี่โดยเฉลี่ยมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 12 เท่า    
ผู้ที่สูบบุหรี่นานไม่เกิน 20 ปี จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ถึง 9 เท่า
       
ผู้ที่สูบบุหรี่นานระหว่าง 21-40 ปี มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ถึง 30 เท่า
       
ผู้ที่สูบบุหรี่นานระหว่าง 41-60 ปี มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ถึง 47 เท่า
       
ผู้ที่เป็นมะเร็งปอดร้อยละ 80 จะเสียชีวิตภายใน 1 ปี
       
ผู้ที่ต้องดูดควันบุหรี่ของคนอื่น เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งด้วย
ประโยชน์ของการหยุดบุหรี่

ถ้าผู้สูบบุหรี่ สามารถหยุดบุหรี่ได้ทัน ก่อนที่ปอดจะได้รับความเสียหายอย่างถาวร โอกาสของการเกิดโรคมะเร็งปอดจะลดลงทันที
       
ผู้สูบบุหรี่ สามารถหยุดสูบบุหรี่ได้นาน 10-15 ปี จะลดอัตราเสี่ยงของโรคมะเร็งปอดได้ครึ่งหนึ่ง
       
สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งปอดแล้ว การเลิกสูบบุหรี่จะทำให้อาการดีขึ้น และอยู่ได้นานขึ้นกว่าผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป
       

        เป็นแร่ธาตุที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น การก่อสร้าง โครงสร้างอาคาร ผ้าเบรค ครัช ฉนวนความร้อน อุตสาหกรรมสิ่งทอเหมืองแร่  




ผู้ที่เสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่มีการใช้แอสเบสตอส เป็นส่วนประกอบ

 ระยะเวลาที่สัมผัสฝุ่นแอสเบสตอสจนเป็นมะเร็งปอด อาจใช้เวลา 15-35 ปี
       
ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ แต่ทำงานกับฝุ่นแร่แอสเบสตอส เสี่ยงต่อมะเร็งปอด มากกว่าคนทั่วไป 5 เท่า


เป็นก๊าซกัมมันรังสีไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส เกิดจากการสลายตัวของแร่ยูเรเนี่ยมในหินและดิน กระจายอยู่ในอากาศและน้ำใต้ดินในที่ๆ อากาศไม่ถ่ายเท เช่น ในเหมืองใต้ดิน อาจมีปริมาณมาก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดได้



       
4.มลภาวะในอากาศ ได้แก่ ควันพิษจากรถยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น






อาการ : ระยะแรกของโรค จะไม่มีอาการใดๆ บ่งชี้อย่างแน่ชัด เมื่อโรคลุกลามมากแล้วอาการที่อาจพบ ได้แก่

       
ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด     

หอบเหนื่อย เจ็บแน่นหน้าอก
       
น้ำหนักลดรวดเร็ว เบื่ออาหาร  

กลืนอาหารลำบาก    

เสียงแหบ

มีก้อนที่คอ (มะเร็งกระจายมาตามต่อมน้ำเหลืองที่คอ)   

ปวดกระดูกซี่โครง ไหปลาร้า ปวดกระดูกสันหลัง (มะเร็งกระจายมากระดูก)      

แขน ขา อ่อนแรง (มะเร็งกระจายไปสมอง)  

ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะ อุจจาระได้

 โดยอาการดังกล่าวมักเป็นอาการร่วมของโรคต่างๆ ได้ เพราะฉะนั้นหากมีอาการดังกล่าวควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและวินิจฉัยที่ถูกต้องต่อไป





1.ถ่ายภาพเอกซเรย์ปอดเอกซเรย์คอมพิวเตอร์    

2.ตรวจเสมหะที่ไอออกมาเพื่อหาเซลล์มะเร็ง (Sputum Cytology)

3.ส่องกล้องตรวจดูภายในหลอดลม (Bronchoscopy)    

4.ขลิบชิ้นเนื้อจากหลอดลมหรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้า ไปตรวจ

เพื่อการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา (Biopsy, Scalene node biopsy)


1.การผ่าตัด      

2.รังสีรักษา       

3.เคมีบำบัด
       
4.การรักษาแบบผสมผสานวิธีดังกล่าวข้างต้น
       
5.การรักษาแบบประคับประคอง

       
1.เลิกสูบบุหรี่    

2.หลีกเลี่ยงการได้รับมลพิษในสิ่งแวดล้อม     

3.รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น และอาหารที่มีวตามินซี วิตามินอี
รวมทั้งเซเลเนียม เช่น ข้าวซ้อมมือ รำข้าว และออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาจลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด
       
4.การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มสุรา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดได้



สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

โทร. 085-9083178


อีเมลล์    pannfitcancer@gmail.com

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก





มะเร็งปากมดลูก – เป็นมะเร็งชนิดเดียวเท่านั้นที่ป้องกันได้ เพราะสามารถตรวจค้นหาความผิดปกติได้ง่าย นอกจากนั้น ยังเป็นมะเร็งที่ใช้เวลาในการกลายพันธุ์ค่อนข้างช้ำ โดยใช้เวลาอย่างน้อย 5 – 7 ปี เนื้อที่ผิดปกติจึงจะกลายเป็นมะเร็ง แต่ถ้าหมั่นตรวจเช็คร่างกายก็จะลดโอกาสของการเกิดมะเร็งได้

อาการ – ระยะแรก จะไม่ปรากฏอาการใดๆ แต่ตรวจพบได้จากการทำPap Smear ระยะลุกลาม จะมีอาการดังนี้

ตกขาวมีกลิ่น มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือตกขาวลักษณะคล้ายน้ำคาวปลา ถ้าเป็นมากอาจถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายปัสสาวะลำบาก หรือมีอาการผิดปกติของระบบขับถ่ายอุจจาระได้

มีเลือดออกผิดปกติหลังประจำเดือนหมด เลือดอาจออกเป็นน้ำหรือมีเลือดปนตกขาวในระยะแรก ต่อมาจะเป็นเลือดมากขึ้นและพบได้บ่อยหลังประจำเดือนหมด แต่อาจพบได้ในวัยใกล้ๆ หมดประจำเดือนก็ได้

•นอกจากนี้มะเร็งอาจกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ ปอด ตับ และกระดูก เป็นต้น


ความรู้สึกปวดหน่วงในท้องน้อยโดยเฉพาะเวลาเย็น สตรีบางคนอาจมีอาการเจ็บเสียวทางข้างซ้าย-ขวาของท้องน้อยได้ บางครั้งเจ็บปวดมากถึงขนาดตัวงอ ทั้งนี้เนื่องจากเส้นพังผืดที่ยึดมดลูกอาจถูกดึงรั้ง เนื่องจากขนาดของเนื้องอกที่โตขึ้นทำให้มดลูกเอียง หรือถ่วงมดลูกไปทางใดทางหนึ่ง

อาการปวดท้องโดยเฉพาะช่วงระหว่างมีประจำเดือนและปัญหาเกี่ยวกับเลือดระดูมาบ่อยหรือมานานและมีจำนวนมาก มักพบในสตรีที่มีเนื้องอกแทรกอยู่ในผนังมดลูกหรือยื่นเข้าไปข้างในโพรงมดลูก ถ้าเนื้องอกยื่นออกมานอกมดลูกมักไม่เกิดอาการผิดปกติ นอกจากจะไปกดอวัยวะอื่นในอุ้งเชิงกรานหรือขั้วของเนื้องอกบิดเกลียว

เนื้องอกนี้อาจทำให้สตรีมีระดูยาวนาน และมากพอจนทำให้เกิดโลหิตจาง คือ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ซูบซีด และเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้แพทย์ตัดสินใจทำการผ่าตัด ขนาดของเนื้องอกรวมทั้งตำแหน่งของมันอาจไปกดกระเพาะปัสสาวะ เบียดเนื้อที่ในกระเพาะปัสสาวะให้เล็กลง ซึ่งทำให้สตรีผู้นั้นมีปัญหาทางปัสสาวะบ่อย หรือถ้าก้อนเนื้องอกไปกดตรงท่อไตที่นำปัสสาวะจากไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะ อาจทำให้เกิดปัสสาวะคั่งในไตจนเกิดปัญหาเกี่ยวกับไตได้

นอกจากจะมีปัญหาในทางขับถ่ายลำบากแล้ว อาการปวดหลังอาจพบได้ในกลุ่มสตรีที่มีเนื้องอก


มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย (ต่ำกว่า 20 ปี)

มีคู่ร่วมเพศสัมพันธ์หลายคน

มีการอักเสบของปากมดลูก เนื่องจากการติดเชื้อ Human Papilloma Visus

สตรีที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่

ภูมิคุ้มกันบกพร่อง


การได้รับยาคุมกำเนิด diethylstilbestrol ระหว่างตั้งครรภ์




สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่

คุณ วราพร แคล้วศึก

โทร. 085-9083178


อีเมลล์    pannfitcancer@gmail.com