แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ cancer แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ cancer แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

วิธีการสั่งซื้อสินค้าคาวตองพลัส



1. บอกชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ทาง อีเมล์  pannfitcancer@gmail.com โทรบอกที่ คุณ วราพร แคล้วศึกโทร. 085-9083178
2. ดิฉันจะจด ชื่อ-ที่อยู่ และ จ่าหน้าซองสินค้า พร้อมกับใส่สินค้ารอไว้
3. ดิฉันจะบอกเลขบัญชีธนาคาร ที่เป็นธนาคารที่คุณใช้อยู่ ให้คุณ ไปโอนเงินค่าสินค้าผ่าน ATM
4. เมื่อคุณ โอนเงินค่าสินค้าผ่าน ATM แล้ว ขอให้โทรบอกดิฉันทันที
5. ดิฉันนำซองบรรจุสินค้า ไปส่งที่ ที่ทำการไปรษณีย์ ถ้าสั่งสินค้าเกิน 500 บาท จะส่งโดยวิธี EMS คุณจะได้รับสินค้าภายใน 2 วัน



โทร แจ้ง ชื่อ-ที่อยู่ได้ที่ คุณ วราพร แคล้วศึก 
โทร. 085-9083178
วิธีการชําระเงินผ่านทางธนาคาร
ธนาคาร เลขที่บัญชี สาขา ชื่อบัญชี ประเภท


 ดูข้อมูลได้ที่ http://pannfitcancer.blogspot.com/

ส่วนประกอบที่สำคัญ คาวตองพลัส (พูลคาว,เจียวกู้หลาน,โสม,เห็ดลินจือ)
ปริมาณและราคาขายปลีก 1 กระปุก ราคา 1,200 บาท

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย ที่
คุณ วราพร แคล้วศึก
โทร. 085-90831178
http://pannfitcancer.blogspot.com/
อีเมลล์    pannfitcancer@gmail.com

ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์คาวตองพลัส

ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์คาวตองพลัส



1. คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการต่อต้านอนุมูลอิสระ อนุมูลอิสระในร่างกายของเราเกิดขึ้นจากขบวนการเผาผลาญพลังงานโดยออกซิเจนในร่างกาย ซึ่งปกติอะตอมของออกซิเจนจะประกอบด้วยโปรตอน ( ประจุบวก ) และอีเลคตรอน ( ประจุลบ ) ในระหว่างการเผาผลาญพลังงาน อีเลคตรอนของออกซิเจนที่มีถึง ๒ ตัวอยู่ในวงนอกของอะตอมจะไปจับคู่กับอีเลคตรอนของอะตอมออกซิเจนที่อยู่ใกล้กันเพื่อให้ตัวมันเป็นอะตอมที่สมบูรณ์ อะตอมที่ถูกขโมยที่ประจุลบไปจะกลายเป็นอนุมูลอิสระแล้วไปจับคู่กับ อีเลคตรอนของอะตอมข้างเคียงเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่อย่างรวดเร็วซึ่งจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกายเป็นจำนวนมาก หากร่างกายของเรามีสุขภาพที่แข็งแรงก็ควบคุมปริมาณการเกิดอนุมูลอิสระนี้ได้ แต่ร่างกายอ่อนแอเพราะได้รับเชื้อโรคหรือมลพิษ ก็จะทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมปริมาณของอนุมูลอิสระนี้ได้และเป็นสาเหตุของปัญหาด้านสุขภาพดังต่อไปนี้
. ทำให้ภายในอวัยวะต่างๆ เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติและผิวหนังเหี่ยวย่นเร็วกว่าวัย
. ทำให้ DNA ทำงานผิดปกติ ร่างกายจึงแก่เร็วกว่าวัย
. ทำให้เส้นเดือดตีบตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการต่างๆ คือ
. หากเกิดขึ้นที่เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจจะทำให้มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรืออาการ หัวใจ
.หากเป็นที่ไตจะมีอาการไตเสื่อมหรือไตวาย
. หากเป็นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองจะเกิดอาการอัมพาต
. ทำให้เกิดอาการร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมากเกินไป ทำให้มีอาการข้ออักเสบหรือโรคเม็ดโลหิตขาว มากเกินไป
. เกิดอาการอักเสบที่เอ็นและกล้ามเนื้อ
. เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง
. เป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมและความจำเสื่อม จากการทดลองในประเทศจีน ได้ใช้เจียวกู้หลานร่วมกับน้ำผลไม้ที่มีวิตามินอี และวิตามินซีสูงและสมุนไพรอื่น พบว่ามีผลต่อการรักษาโรคต่างๆ ที่เกิดจากอนุมูลอิสระในร่างกาย

2. คุณสมบัติของเจียวกู้หลานที่เป็นสารปรับสมดุลการทำงานของร่างกาย ( Adaptogen ) คำ ( Adaptgen เป็นคำที่เกิดขึ้นโดย Dr. N .V.Lazarev นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียในปีค.ศ. ๑๙๔๗ ที่เรียกสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางของมนุษย์ ระบบประสาทส่วนกลางประกอบด้วย สมอง ไขสันหลัง ระบบประสาทSympaihetic และระบบประสาท Paraasympathetic ซึ่งควบคุมการทำงานที่สำคัญต่างๆของร่างกายซึ่งปกติแล้วร่างกายเปรียบเสมือนเป็นเครื่องจักรที่น่าหัศจรรย์ที่จะรักษาตัวเอง ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเองแล้วในระดับหนึ่ง เมื่อร่างกายมีอาการเครียดเกิดขึ้นหรือตกอยู่ในสภาพที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ บางอย่างที่เกิดขึ้นต่อม อดรีนอล ( Adrenol ) จะขับฮอร์โมนโดพาไมน์ ( Dopamine ) โนเรไพเนพฟริน (Norepinephrine ) และอีไพเนพฟริน ( Epiephrine ) เพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าร่างกายมีอาการเครียดมากเป็นบ่อยๆ การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางจะไม่ปกติและเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ อาการความดันโลหิตสูง อาการปวดหัวโดยไม่พบสาเหตุ เป็นต้น ในการรักษาสุขภาพให้มีสุขภาพแข็งแรง มีข้อควรปฎิบัติ 4 ประการ คือ กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะและมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน ในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาศัยในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ และรักษาอารมณ์ให้แจ่มใสด้วยการทำสมาธิเป็นประจำ นอกจากนี้การดูแลรักษาสุขภาพของร่างกายข้างต้น แล้วนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า เจียวกู้หลานมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสมดุลการทำงานของระบบส่วนกลางของร่างกายได้ดี กล่าวคือหากระบบประสาทมีอาการเครียดเพราะเตรียมพร้อมกับปัญหาที่เกิดขึ้น สาร gypenosides จะช่วยทำให้ลดอาการเครียดของระบบประสาทส่วนกลางลงแต่ถ้าร่างกายรู้สึกหดหู่ ( Depressed )สาร gypenosides นี้จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบส่วนกลางให้ร่างกายรู้สึกมีชีวิตชีวาดีขึ้น ซึ่งการรักษาสมดุลของระบบการทำงานของร่างกายนี้จะทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง มีการสร้างพลังชีวิต ภูมิคุ้มกันและการต่อต้านเชื้อโรคในร่างกายให้เป็นปกติ

3. คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการเสริมสร้างการทำงานของหัวใจ เจียวกู้หลานจะช่วยขยายหลอดเลือดของหัวใจทำให้มีอัตราการไหลเวียนของเลือดจากหัวใจสูงขึ้น แต่อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตไม่เปลี่ยนแปลง

4. คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการลดความดันโลหิต ความดันโลหิตของมนุษย์ควรอยู่ระหว่าง ๑๔๐ ๙๐ mm Hg หากมีความดันโลหิตสูงกว่านี้ จะมีอาการความดันโลหิตสูงซึ่งจะเป็นผลร้ายต่อสมอง หัวใจและไต แต่ถ้าความดันโลหิตต่ำจะทำให้มีเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยกว่าความต้องการจะทำให้เป็นลมหน้ามืดได้ง่าย Gypennosides
ในเจียวกู้หลานจะควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติกล่าวคือ หากมีอาการความดันสูงก็จะปรับลดลงแต่ถ้ามีความดันโลหิตต่ำก็จะปรับให้เป็นปกติ

5.คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการลดไขมันในเส้นเลือด จาการรักษาผู้ป่วย สาร gypennosides ได้ลดเซรุ่มของไตรกลีเซอร์ไรด์ และคลอเรสเตอรอลประสารท LDL ที่เป็นผลร้ายต่อสุภาพ แต่เพิ่มคลอเรสเตอรอลประสาท HLD ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของร่างกายแทน ทำให้ปริมาณของไขมันที่เกาะตามผนังเส้นเลือดหัวใจ จึงช่วยรักษาและป้องกันอาการหัวใจวายและหัวใจเต้นผิดปกติ

6. คุณสมบัติในการป้องกันการจับตัวเป็นลิ่มของเลือด จากการทดลองพบว่า สาร gypenosides ในเจียวกู้หลานได้ป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัวเป็นลิ่มซึ่งหากลิ่มเลือดอุดตันในบริเวณเส้นเลือดหัวใจจะเป็นสาเหตุให้มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติหรือหัวใจวายได้

7. คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการสร้างเม็ดเลือดขาว จากการทดลองผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งที่รักษาตัวด้วยการฉายรังสีและวิธีคีโมที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและมีเม็ดเลือดขาวในเลือดน้อยกว่าปกติ สาร gypennosides ได้ช่วยร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นผลดีทำให้หายอ่อนเพลียและเพิ่มภูมิต้านทานโรค

8. คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย จากการทดลองของผู้ป่วยพบว่าเจียวกู้หลานได้ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วยการช่วยให้การการทำงานของระบบน้ำเหลืองดีขึ้นด้วยการสร้างเม็ดเลือดขาวสำหรับกำจัดเชื้อโรคที่พบในร่างกาย และช่วยโปรตีนและไขมันออกจากเนื้อเยื่อ และลำไส้เล็ก จึงทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

9.คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ว่าสารginsenosides Rh 12 ที่พบในโสมมีคุณสมบัติในการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ดี แต่สาร Rh12 ที่พบในโสมนี้มีปริมาณเพียง 0.001% เท่านั้น แต่ในเจียวกู้หลานมีสารgypenosides 22- 29 ที่มีคุณสมบัติในการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้เช่นเดียวกัน แต่มีปริมาณมากกว่าที่พบในโสมหลายเท่า

10.คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการรักษาเบาหวานและโรคตับ จากผลการทดลองรักษาผู้ป่วยพบว่า สาร gypenosides ในเจียวกู้หลานมีผลดีในการรักษาอาการเบาหวานและตับอักเสบจากพิษของสารเคมีหรือจากไวรัสตับอักเสบบีได้ แต่ต้องดูผลการรักษาเพิ่มเติมอีกระยะหนึ่ง

11. คุณสมบัติของเจียวกู้หลานในการรักษาอาการโรคถุงลมในปอดอักเสบ ชาวจีนได้นำเจียวกู้หลานมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการถุงลมในปอดอักเสบมาเป็นเวลานาน ซึ่งมีผลการทดลองที่ได้นำชาเจียวกู้หลานให้ผู้ป่วยเป็นโรคถุงลมในปอดอักเสบดื่มเพื่อรักษาในโรงพยาบาลในประเทศจีนซึ่งได้ผลในการรักษาสูงถึง 92% จากการรักษาผู้ป่วยจำนวน 96 ราย




สรรพคุณทางเภสัชวิทยาของพลูคาวคือ
1.สร้างภูมิคุ้มกันกระตุ้นการแบ่งตัวของเม็ดเลือดขาวและทำงานได้ดีขึ้น

2.ทำลายเซลล์มะเร็งเพาะเลี้ยงทั่วไป 5 ชนิด ; ปอด, สมอง, เนื้อร้าย,รังไข่, ลำไส้ใหญ่, เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว 5 ชนิด li210, u937, k526, raja, p3 hr 1

3.ฆ่าเชื้อไวรัส ชนิด HIV-1, HIV1 ไข้หวัดใหญ่, งูสวัด, หัดเยอรมัน, โดยไม่ทำลายHostCell

4.ต้านเชื้อรา  กลาก, เกลื้อน, สังคัง, ฮ่องกงฟุต, สะเก็ดเงิน-ทอง, เยื้อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อรา, ปอดอักเสบ

5.ต้านแบคทีเรีย  โรคท้องร่วง, โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ, ฝี, โรคระบาดทางระบบสืบพันธ์ตกขาว

6.ต้านอักเสบ_หลอดลมอักเสบ, ปอดอักเสบในเด็ก, รูมาตอย, แผลหลังการผ่าตัด, แผลไฟไหม่, น้ำร้อนลวก, หนองใน, ปวดฟัน

7.ขับปัสสาวะ





1.เพิ่มสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย: คุณสมบัติต่อต้านความเมื่อยล้า Antifatigue effect ของโสม ทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะทำงานหรือออกกำลังกาย สารพลังงาน ATP และ Glycogen ที่มีอยู่ใน กล้ามเนื้อจะถูกใช้หมด
        อย่างรวดเร็วและเกิดกรดน้ำนม Lactic Acid เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้กล้ามเนื้อเมื่อยล้า สารสกัดจากโสมช่วยให้เยื่อเซลล์สามารถดูดซึมอ๊กกซิเจนเพิ่มขึ้นถึง 21%   มีผลทำให้กระบวนการเผาผลาญภายในร่างกายเพิ่มมากขึ้นร่างกายจึงปลดปล่อยพลังงานได้มากขึ้นขณะเดียวกับอัตราการเกิดกรดน้ำนมก็จะน้อยลง เนื่องจากได้รับการการสังเคราะห์ให้กลับเป็น Glycongen ใหม่ และมีการสะสม ATPรวดเร็วขึ้น ดังนั้นอัตราการเกิดความเมื่อล้าของกล้ามเนื้อจึงลดน้อยลงด้วย   นอกจากนั้นสารสกัดจากโสมยังช่วยปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้กลับคืนสู่สภาพปกติรวดเร็วยิ่งขึ้น ร่างกายจึงเหน็ดเหนื่อยช้าลง  มีความอดทนต่อการทำงานได้ดีขึ้น

     2. ต้านความเครียด:   ผลกระทบจากกระแสการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในยุคการสื่อสารไร้พรมแดน  ทำให้ผู้คนมีอาการผิดปกติในลักษณะต่างๆ ที่ตรวจสอบหาสาเหตุได่ยาก เป็นต้นว่าอาการทางหัวใจ ปวดศรีษะ นอนหลับไม่สนิท  ปัญหาการย่อยอาหารตลอดจน
             ปัญหาข้อข้องใจในการปฏิบัติภาระกิจประจำวัน     ที่ล้วนก่อให้เกิดความเครียดซึ่งส่งผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจหากทิ้งไว้เป็นวลานาน อาจทำให้กลายเป็นอาการของโรคและอาการผิดปกติที่รุนแรงขึ้น
      สารสกัดจากโสมมีคุณสมบัติต้านความเครียด Antistress Effect โดยช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้สามารถอดทนต่อความเครียดได้ในระดับหนึ่ง  โดยฮอร์โมน  ACTH  จากต่อมใต้สมองจะเป็นตัวควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนต่อมหมวกใต  ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันและต่อต้านความเครียด โดยเร่งกระบวนการเมตาบอลิสม    Metabolism ต่างๆ เพื่อปลดปล่อยพลังงานและสารออกมาต้านความเครียดได้
 3. ผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง: Ginsenosides Rg1 จากโสมหรือในสารสกัดโสมมีคุณสมบัติกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางให้ตื่นตัว   แต่จะเป็นการออกฤทธิ์ที่แตกต่างจากยากระตุ้นประสาทจำพวกAmphetamine หรือ Cocaine จึงไม่ทำให้กระทบกระเทือน ต่อการนานหลับตามปกติ ส่วน Ginsenosides Rb และ Rc จะออกฤทธิเกี่ยวกับการระงับประสาท ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด สารสกัดจากโสมจึงมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยเป็นทั้งตัวช่วยให้ประสาทตื่นตัวและระงับผ่อนคลายประสาท     ทั้งนี้การออกฤทธิ์กระตุ้นหรือระงับนั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพและความต้องการของร่างกาย
  4. ผลต่อสมรรถภาพทางเพศ:  เชื่อกันว่าโสมมีฤทธิ์เป็นตัวกระตุ้นกำหนัดทางเพศ  แต่การวิจัยค้นความด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่   พิสูจน์ว่าโสมไม่ได้มีฤทธิ์ต่อฮอร์โมนเพศ หากการบำรุงด้วยโสม ทำให้สมรรถภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์แข็งแรง   จึงส่งผลให้สมรรถภาพทางเพศมีความสมบูรณ์ขึ้นไปด้วย
  5. ช่วยลดปริมาณน้ำตาลในผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง: จากากรทดสอบเชิงคลีนิก มีผลชี้ว่า สารสกัดจากโสมอาจทำให้ตับอ่อนหลั่ง อินซูลินออกมา ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดอาการชาตามนิ้วมือและปลายเท้า การเกิดแผลเน่าเปื่อย    นอกจากนี้ Ginsenosides Rb1 และ Re ยังมีฤทธิ์คล้ายอินซูลิน  จึงอาจช่วยลดขนาดการใช้อินซูลินในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานได้
6.เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย:   ผลการทดลองทางคลีนิกพบว่าสารสกัดโสมสามารถช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น   นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพได้ทำการตรวจวิเคราะห์ปฏิกริยาตอบสนองของเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ
 7. ช่วยเร่งฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย:    จากการศึกษาวิจัยและผลทางคลีนิกพบว่าโสมสามารถต่อต้านโรคและอันตรายจากรังสีรวมถึงสารพิษต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ    เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อโรค แทรกซ้อนบางชนิด   ช่วยร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดง    และเพิ่มสมรรถภาพในการต้านความเครียดซึ่งส่งผลให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น   จึงทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวหายเป็นปกติจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น
 8. ช่วยชลอความแก่:   กระบวนการเผาผลาญไขมันของร่างกายเพื่อให้เกิดพลังงาน เรียกว่า Lipid oxidation นั้นเป็นสาเหตุทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่สลายตัวจากอ๊อกซิเจน  อนุมูลอิสระนี้จะทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างให้เสื่อสลายลง  ตามกระบวนการของความชรา  โสมและสารสกัดมาตรฐานโสม   สามารถทำลายอนุมูลอิสระของอ๊อกซิเจนช่วยให้เนื่อเยื่อเสื่อสภาพช้าลงประกอบกับคุณสมบัติเป็นตัวปรับสภาพ "Adaptogenic agent” ของโสมทำให้ร่างกาย  และจิตใจ มีความทนทานต่อความกดดัน ส่งผลในการชลอกระบวนการเสื่อมชราให้ช้าลงทำให้ร่างกายคงความสดใสเยาว์วัยอยู่ต่อไปได้เนิ่นนานขึ้น 


1.ฤทธิ์ต้านมะเร็ง โดยการส่งเสริมภูมิคุ้มกัน กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ง
2. ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด
3. ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมอาการเบาหวาน
4. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด
5. ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ป้องกันเส้นเลือดอุดตันในสมองและหัวใจ
6. ยับยั้งเชื้อไวรัสในเซลเพาะเลี้ยง เช่น ไวรัสโรคเอดส์ อีสุกอีใส งูสวัด
7. บำรุงและป้องกันตับ มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างพังผืดในโรคตับแข็ง ป้องกันตับจากสารพิษ ช่วยให้ใยแผลเป็นอ่อนนิ่มคลายตัว ไม่ไปรัดเส้นเลือดและเนื้อเยื่อตับ อีกทั้งยังกระตุ้นให้ตับสร้างเซลล์ใหม่
รักษาโรคตับอักเสบ สามารถลดค่า SGOT และ SGPT ที่สูงเกินมาตรฐานในเลือด
ช่วยเซลล์ตับฟื้นฟูสภาพตับเป็นไขมัน (fatty liver)
8. ผ่อนคลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ช่วยให้นอนหลับสนิท
9. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส
อย่า ลืมว่า กลูแคนในหลินจือแบบทา ยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระเฉพาะที่ เมื่อผสานกับการได้สารอาหารโดยรับประทาน น่าจะเสริมแรงแข็งขันในการช่วยให้ผิวเนียน สดใส ชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย
10. จากทฤษฏีประหยัดออกซิเจน ใช้แก้โรคป่วยบนที่สูง…หูอื้อ..อึด


 ดูข้อมูลที่ http://pannfitcancer1.blogspot.com/

      สอบถามได้ที่

           คุณ  วราพร แคล้วศึก

               โทร. 085-9083178                             

                อีเมล์ pannfitcancer@gmail.com

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

ทำไม? เซลล์มะเร็งจึงลดจำนวนลง หลังจากรับประทาน คาวตองพลัส

     เมื่อรับประทาน คาวตองพลัส ไประยะเวลาหนึ่ง จะตรวจพบว่า จำนวน “เซลล์
มะเร็ง” ได้ลดจำนวนลงจริง(จากการตรวจจากแพทย์)

    สาเหตุ เนื่องจาก สาระสำคัญในความตองพลัส(พลูคาวและเห็ดหลินจือ)ไปช่วยให้ จำนวน “เม็ดเลือดขาว” เพิ่มจำนวนมากขึ้น และ ทำให้เม็ดเลือดขาว แข็งแรงมากขึ้น

    จำนวนเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มจำนวน จะไป จับ “เซลล์มะเร็ง” และทำลายเซลลืมะเร็งให้ลดจำนวนลงเรื่อยๆ จนสามารถตรวจพบว่า จำนวนเซลล์มะเร็งของผู้ป่วย มีจำนวนน้อย จนไม่ทำอันตรายต่อสุขภาพได้อีก

     ผู้ป่วยโรคมะเร็ง(ทุกโรค) จะกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และ เมื่อรับประทานต่อเนื่อง เซลล์มะเร็งอาจถูกทำลายไปจนหมด

     เม็ดเลือดขาวช่วยทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันคอยทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมให้แก่ร่างกาย เซลล์เม็ดเลือดขาวไม่มีฮีโมโกลบินแต่มีนิวเคลียสอยู่ด้วย เซลล์เม็ดเลือดขาวมีอายุประมาณ 2-3 วัน


     หน้าที่ของเม็ดเลือดขาวในร่างกายของมนุษย์ คือทำลายเชื้อโรค กล่าวคือเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย เม็ดเลือดขาวจะถูกผลิตเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะทำลายสิ่งแปลกปลอม ซึ่งเม็ดเลือดขาวมีวิธีทำลายเชื้อโรคได้ 2 วิธีคือ

   1. ทำลายโดยการกินและย่อยสลายเชื้อโรค หรือที่เรียกว่า การสะกดกลืนกิน (Phagocytosis)
   2. ทำลายโดยการสร้างสารพวกโปรตีนที่มีคุณสมบัติต่อต้านสารแปลกปลอมในร่างกายและเชื้อโรค หรือที่เรียกว่า สร้าง ภูมิคุ้มกันโรค (Immunization)
      เม็ดเลือดแดงกับเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดงจะทำหน้าที่ขนย้ายออกชิเจน(อากาศหรือลมนั่นเอง) ไปส่งยังเชลล์ต่างๆทั่วร่างกาย โดยอาศัยหลอดเลือดเป็นเส้นทางสัญจรไปมา ภายในหลอดเลือดก็จะมีสิ่งที่จำเป็นต่อเชลล์มากมาย เช่น สารอาหาร วิตามิน เกลือแร่ ฮอร์โมน ไปให้เชลล์ต่างๆในร่างกาย โดยมีเม็ดเลือดขาวทหารเอก เป็นผู้ให้การคุ้มครองไปตลอดทาง เพราะนอกจากสารอาหารและสิ่งจำเป็นต่อร่างกายแล้วในเส้นทางของหลอดเลือดนี้ก็จะมีพวกเชื้อโรคและสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการผสมมาด้วย ต้องเป็นหน้าที่ของเชลล์เม็ดเลือดขาวที่จะตามกำจัดและขับไล่มันออกไปจากร่างกายเรา เหมือนตำรวจไล่จับผู้ร้าย

           สารสำคัญในพลูคาวและเห็ดหลินจือ เป็นสารที่ทำให้ “เม็ดเลือดขาว” แข็งแรงและเพิ่มจำนวนขึ้น มีผลการวิจัยทางการแพทย์ที่ระบุว่าเมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณของไลโคปีนในร่างกายจะลดลง ส่งผลให้โอกาสในการเกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด  มะเร็งเต้านม และ มะเร็งปากมดลูก 
   
       เนื่องจากเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) ที่มีความแรงมาก และมีส่วนสำคัญในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง กลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญคือเข้าไปจับกับอนุมูลอิสระ (Free radical) ในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการทำลายสายดีเอ็นเอ อันก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ไลโคปีนจะช่วยลดการก่อกลายพันธุ์ ทำให้สามารถยับยั้งวงจรชีวิตของเซลล์มะเร็งในช่วงต้น (ระยะG1) และลดการเกิดเนื้องอกได้

    ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ คาวตอง พลัส เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมอย่างสูง

    ดูข้อมูลที่ http://pannfitcancer.blogspot.com/
    ปริมาณและราคา
    คาวตอง พลัส 1 ขวด ปริมาณ 90 แคปซูล    ราคา   1,200 บาท
    วิธีรับประทาน  รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น
    สั่งซื้อและสมัครเป็นตัวแทนขาย
    คุณ วราพร แคล้วศึก  โทร. 085-9083178
           อีเมล์ pannfitcancer@gmail.com

คาวตอง พลัส(Kowtong plus )




     ปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันดีว่าสาเหตุการตายของมนุษย์เรานั้นมาจากสาเหตุของความเสื่อมในร่างกายของเราเป็นส่วนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เบาหวาน มะเร็ง ความดัน  นอกจากนี้ ยังมีอาการป่วยเรื้อรังที่เราพบเห็นกันเป็นส่วนมาก เช่นโรคภูมิแพ้ โรคผิวหนัง หอบหืด ซึ่งสาเหตุของโรคที่กล่าวมา
     ทั้งหมดนี้ ล้วนมาจากความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายของเราแทบทั้งสิ้น
   อนุมูลอิสระ คือศัตรูตัวร้ายกาจที่เข้าโจมตีเซลล์ทั่วร่างกายของคนเราให้เสื่อมโทรมลงทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัว   เมื่อเซลล์ในร่างกายของเราค่อย ๆ เสื่อมโทรมลงการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายเราก็จะค่อยๆ ผิดปกติ และบกพร่องลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็จะเริ่มแสดงอาการของโรคต่างๆตามมา  ดังนั้นแล้วทางออกที่ดีที่สุดก็คือการดูแลป้องกันเซลล์ของเราให้ดีที่สุด ป้องกันกำจัดสารอนุมูลอิสระมิ
ให้เข้าโจมตีเซลล์ของร่างกาย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่เข้าสู่ร่างกายของเราทุกวัน  ทางเลือกที่ดีสำหรับท่านในวันนี้ก็คือ  การรับประทาน
      ผลิตภัณฑ์คาวตองพลัส ซี่งมีสมุนไพรที่ขึ้นชื่อด้านการดูแลสุขภาพ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เจียวกู้หลาน โสมเกาหลี เห็ดหลินจือ และพลูคาว ซึ่งสมุนไพรหลักดังกล่าวในผลิตภัณฑ์  จะช่วยทำให้ท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สามารถต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเสื่อมได้เป็นอย่างดี

    -  เสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน ชะลอความเสื่อมแก่ของเซลล์ร่างกาย  สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสบางชนิดได้
     -  ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง  ช่วยโรคเบาหวาน โรคความดัน โรคเกาต์ โรคปวดข้อปวดกระดูก โรคหอบหืด  โรคภูมิแพ้  โรคไมเกรน โรคผิวหนัง  โรครีดสีดวงทวาร โรคอักเสบเรื้อรัง โรคอ้วน โรคความเสื่อมของสมอง และดวงตา ฯลฯ
        1.  พลูคาว ช่วยทำลายเซลล์มะเร็ง ป้องกันการติดเชื้อไวรัส เพิ่มภูมิคุ้มกัน บำบัดฟื้นฟู โรคความดันโลหิต ลดการอักเสบ ต่อต้านเชื้อราและแบคทีเรีย  ป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ  ขับปัสสาวะ  ขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดี  รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
และริดสีดวงทวาร


     2.โสมเกาหลี  ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เสริมประสิทธิภาพในเพศชาย ลดและป้องกันการเกิดมะเร็งต่างๆ  รวมถึงโรคปอดเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง เสริมสร้างพลังงานแก่ร่างกาย

        3.เจียวกู้หลาน เป็นสมุนไพรยอดเยี่ยมแห่งปี 2548 มีสารซาโปนิน มีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูบำบัดโรคตับอักเสบ เบาหวาน มะเร็ง ความดันโลหิต โรคปวดหัวข้างเดียว ไมเกรน กระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว ต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีความเป็นพิษในระดับต่ำมาก


        4.เห็ดหลินจือ  มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็ง ช่วยแก้พิษจากรังสีคีโม ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด  เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน โรคภูมิแพ้  หอบหืด เชื้อไวรัสเอดส์  อีสุกอีใส งูสวัด ช่วยยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ช่วยชะลอความแก่ ทำให้ผิวพรรณสดใส

ผลที่ได้รับจากการรับประทานผลิตภัณฑ์คาวตองพลัส
           ช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน  และช่วยบำรุงส่วนต่างๆ ของร่างกาย  ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่  กระตุ้นการแบ่งเซลล์เม็ดเลือดขาว  บรรเทาอาการจากโรคเบาหวาน บำรุงตับ บำบัดโรคผิวหนัง ผื่นคัน โรคเกาต์  ทำให้แผลแห้งหายเร็ว บำรุงสมอง สายตา บรรเทาอาการภูมิแพ้ และหอบหืด ฯลฯ
     ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ คาวตอง พลัส เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมอย่างสูง
  
    ดูข้อมูลที่ http://pannfitcancer1.blogspot.com/
    อย.เลขที่ 50-1-16353-1-0013
    ปริมาณและราคา
    คาวตอง พลัส 1 ขวด ปริมาณ 90 แคปซูล    ราคา   1,200 บาท
    วิธีรับประทาน  รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น
    สั่งซื้อและสมัครเป็นตัวแทนขาย
    คุณ วราพร แคล้วศึก  โทร. 085-9083178
           อีเมล์ pannfitcancer@gmail.com

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

วิธีการตรวจหามะเร็ง

วิธีการตรวจหามะเร็ง

วิธีการตรวจ
ผู้ที่ควรได้รับการตรวจ
เพศ
อายุ
ช่วงเวลาการตรวจ
การส่องกล้อง เพื่อตรวจหา มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง
ชาย-หญิง
50 ปีขึ้นไป
ทุกปี หากผลการตรวจเป็นปกติ 2 ครั้ง ติดต่อกัน ควรตรวจทุก 3-5 ปี
การตรวจหาเลือดในอุจจาระ
ชาย-หญิง
50 ปีขึ้นไป
ทุกปี
การตรวจทวารหนัก
ชาย-หญิง
50 ปีขึ้นไป
ทุกปี
การตรวจอัลตราซาวนด์ตับและตรวจเลือด 
(หาค่า AFP)
ชาย-หญิง
ผู้ที่เป็นพาหะ ไวรัสตับ อักเสบบีและะ ไวรัสตับ อักเสบซี
ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 1 ปี
การกลืนแป้งเพื่อตรวจกระเพาะอาหาร
ชาย-หญิง
50 ปีขึ้นไป
ทุกปี
การเอกซเรย์ปอด
ชาย-หญิง
50 ปีขึ้นไป
ทุกปี

การตรวจภายใน และตรวจหาเซลล์มะเร็งของปากมดลูก
หญิง
30-65 ปี หรือ น้อยกว่า 30 ปี ในกรณีที่มีเพศ สัมพันธ์แล้ว
ทุกปี หากผลการตรวจเป็นปกติ 3 ครั้ง ติดต่อกัน ครั้งต่อไป ควรตรวจอย่างน้อยทุกๆ 2 ปี
การตรวจเยื่อบุโพรงมดลูก
หญิง
เมื่อหมด ประจำเดือน แล้ว
เมื่อหมดประจำเดือนแล้ว
การตรวจเต้านมโดยแพทย์
หญิง
20-40 ปี หรือ40 ปีขึ้นไป
ทุก 1-2 ปี
ทุกปี



การตรวจเต้านมโดยเอกซเรย์พิเศษ
(Mammography)
หญิง
35-40 ปีขึ้นไป 41-49 ปี
50 ปีขั้นไป
ควรจดบันทึกเพื่อติดตามผล
ทุก 1-2 ปี
ทุกปี


การตรวจเต้านมด้วยตนเอง
หญิง
20 ปีขึ้นไป
ทุกเดือน (7-10 วัน หลังหมดประจำเดือน)
การตรวจสุขภาพทั่วไป และการค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก รวมไปถึงการตรวจมะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งลูกอัณฑะ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งรังไข่ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งช่องปาก และมะเร็งผิวหนัง
ชาย-หญิง
20-39 ปี
40 ปีขึ้นไป
ทุก 3 ปี
ทุกปี
 ดูข้อมูลที่ http://pannfitcancer.blogspot.com/

      สอบถามได้ที่
           คุณ  วราพร แคล้วศึก
               โทร. 085-9083178                             

                อีเมล์ pannfitcancer@gmail.com